บทเรียนการฟื้นฟูอิสลามที่กำลังเกิดขึ้นในศตวรรษนี้
ดร. อับดุลลอฮ ฮากิม
ควิก เขียน
นะญาอ์ แปลและเรียบเรียง
จากรายงานการศึกษาเกี่ยวกับประชากรของศูนย์การศึกษานานาชาติ
ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยอัล-อัซฮัรแห่งไคโร ประเทศอียิปต์ พบว่า
มีมุสลิมถึง23 เปอร์เซ็นต์ของประชากรในโลก
และที่ตรงกันข้ามกับความเชื่อของคนทั่วไปก็คือ มีมุสลิมมากกว่า 170
ล้านคนในอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีมุสลิมมากที่สุดในโลก และมีมุสลิมมากกว่า
70 ล้านคนในจีน และมากกว่า 54 ล้านคนในอดีตสหภาพโซเวียต
มุสลิมส่วนใหญ่นั้นเป็นเยาวชนและเด็กๆ ซึ่งมีเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ปีถึง 43
เปอร์เซ็นต์จากมุสลิมทั้งหมดทั่วโลก ในปี ค. ศ. 2020 ประชากรของเราคาดว่าจะมีประชากรมุสลิมสูงถึง
2,500 ล้านคน อินชาอัลเลาะฮ (หากอัลเลาะฮทรงประสงค์) ในแคนาดา
จากข้อมูลทางสถิติขั้นต้นที่เผยแพร่ออกมา พบว่า
วันนี้หนึ่งในสามของของเด็กเหล่านั้นเกิดในโรงพยาบาลในประเทศแคนาดาที่มาจากครอบครัวมุสลิม
สิ่งนี้ได้บอกอะไรกับเรา?
อนาคตอันรุ่งโรจน์ของมุสลิมจะเกิดขึ้นได้ถ้าวันนี้เราเลือกทางที่ถูกต้อง
ในโลกมุสลิมเราได้รับการประทานพร(จากอัลเลาะฮฺ)ให้มีความมั่งคั่งร่ำรวยอย่างไม่น่าเชื่อ
มากกว่า 40 ของแหล่งแร่ธาตุต่างๆในโลกใบนี้อยู่ในประเทศมุสลิมต่างๆ เรามีหมอ วิศวกร นักวิทยาศาสตร์ และปัญญาชนนับพัน
เราได้ใช้จ่ายเงินนับเป็นพันๆล้านในการพัฒนาเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้านการทหาร
อย่าลืมอัลลอฮฺ
แต่กระนั้นก็ตาม
พวกเราถูกทำให้เสื่อมเสียเกียรติ(จากการรุกราน) และถูกสังหาร(อย่างโหดเหี้ยม)
เราไม่สามารถตื่นขึ้นมาในตอนเช้าพร้อมกับลืมเรื่องราวในแคชเมียร์ ปาเลสไตน์
บอสเนีย เชเชนย่า แอลจีเรีย ซูดาน กุรดิสถาน โซมาเลีย
และประเทศอื่นๆในประชาชาติของเราได้
อัลเลาะฮฺผู้ทรงยิ่งใหญ่ได้กล่าวไว้ในช่วงท้ายของซูเราะฮ อัล-ฮัชร(อายะฮฺ
18-19) ว่า
يَا أَيُّهَا
الَّذِينَ آمَنُوا اتَّقُوا اللَّهَ وَلْتَنْظُرْ نَفْسٌ مَا قَدَّمَتْ
لِغَدٍ وَاتَّقُوا اللَّهَ إِنَّ اللَّهَ
خَبِيرٌ بِمَا تَعْمَلُونَ وَلَا
تَكُونُوا كَالَّذِينَ نَسُوا اللَّهَ فَأَنْسَاهُمْ أَنْفُسَهُمْ أُولَئِكَ هُمُ
الْفَاسِقُونَ
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาเอ๋ย
จงยำเกรงอัลเลาะฮเถิดและทุกชีวิตจงพิจารณาดูว่าอะไรบ้างที่ตนเตรียมไว้สำหรับพรุ่งนี้(วันกิยามะฮ)
และจงยำเกรงอัลเลาะฮเถิด แน่นอนอัลเลาะฮทรงรู้ดียิ่งในสิ่งที่พวกเจ้ากระทำ
และพวกเจ้าอย่าได้เป็นเช่นบรรดาผู้ที่ลืมอัลเลาะฮ(นิสยาน)
มิฉะนั้นอัลเลาะฮจะทรงทำให้พวกเขาลืมตัวของพวกเขาเอง
แน่นอนชนเหล่านั้นพวกเขาเป็นกลุ่มชนผู้ฝ่าฝืน
นิสยาน نسيان
(การหลงลืม) คือสิ่งที่เกิดขึ้นในหัวใจ
ซึ่งเมื่อบุคคลนั้นหลงลืมอัลเลาะฮ
พวกเขาจะตกอยู่ในสถานภาพที่อันตราย
แนวทางอิสลามนั้นกระจ่างแจ้งชัด แต่ใครเล่าที่จะยึดมั่นในอิสลาม? ใครเล่าจะยืนยันและเป็นมุสลิมที่ถูกต้องและบริสุทธิ์ใจ? อัลลอฮฺได้กล่าวไว้ในซูเราะฮอัล-บาลัด
อายะฮฺ 8-10 ว่า
أَلَمْ نَجْعَلْ لَهُ
عَيْنَيْنِ - وَلِسَانًا وَشَفَتَيْنِ - وَهَدَيْنَاهُ النَّجْدَيْنِ .
เรามิได้ให้ดวงตาทั้งสองข้างให้แก่มนุษย์
ทั้งลิ้นและริมฝีปากดอกหรือ? และเราได้มิได้ชี้แนะแนวทางทั้งสอง(ความดีและความชั่ว)แก่เขาดอกหรือ?
อย่าแตกแยกกัน
อีกประการหนึ่ง
การถือเผ่าพันธุ์นิยม(Tribalism) จะนำเราไปสู่การบ่อนทำลาย
การแบ่งแยกที่วางอยู่บนพื้นฐานของสีผิว วางพื้นฐานอยู่บนองค์กร
และวางพื้นฐานอยู่บนสำนักทางนิติศาสตร์(มัซฮับ)ต่างๆจะสลายกองกำลังของเรา
เราต้องการแบบแผนของโลกอิสลามแบบใหม่ที่มีกลุ่มชนซึ่งวางกุรอานและซุนนะฮฺไว้เหนือทุกสิ่ง เราต้องการกลุ่มชนที่ไม่มองสีผิวและชาติภาษา
ไม่ทำให้ผู้ศรัทธาคนอื่นๆเกิดความเคียดแค้นชิงชัง
และไม่ต่อสู้ระหว่างกันเองเพื่อแสวงหาอำนาจ
พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของสังคมของพวกเรา
แต่พวกเขาไม่ได้ถูกควบคุมโดยวัฒนธรรมที่มิใช่อิสลาม
พวกเขาไม่ได้พึ่งพาผู้ปฏิเสธศรัทธาในการตัดสินระหว่างพวกเขากันเองในศาลของผู้ปฏิเสธศรัทธา
พวกเขาเป็นกลุ่มชนซึ่งกล้าที่จะพูด(สิ่งที่เป็นจริง)อย่างเปิดเผย
แต่จะไม่ไปเล่นงานคนอื่นๆโดยไม่มีเหตุผลที่ชอบธรรม
ถ้าเราไม่ยืนหยัด....
ถ้าเรายังไม่เปลี่ยนแนวทางของเราและหันหน้ากลับสู่แนวทางของอิสลาม
องค์อัลเลาะฮฺได้ให้สัญญาไว้แล้วในซูเราะฮฺอัล-มาอิดดะฮฺ อายะฮฺที่ 54
พระองค์กล่าวว่า
يَا أَيُّهَا
الَّذِينَ آمَنُوا مَنْ يَرْتَدَّ مِنْكُمْ عَنْ دِينِهِ فَسَوْفَ يَأْتِي اللَّهُ
بِقَوْمٍ يُحِبُّهُمْ وَيُحِبُّونَهُ
أَذِلَّةٍ عَلَى الْمُؤْمِنِينَ أَعِزَّةٍ عَلَى الْكَافِرِينَ يُجَاهِدُونَ فِي سَبِيلِ اللَّهِ وَلَا
يَخَافُونَ لَوْمَةَ لَائِمٍ ذَلِكَ
فَضْلُ اللَّهِ يُؤْتِيهِ مَنْ يَشَاءُ وَاللَّهُ وَاسِعٌ عَلِيمٌ .
โอ้บรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย
ถ้าผู้ใดในหมู่พวกเจ้ากลับออกจากศาสนาของเขาไป ในไม่ช้าอัลเลาะฮฺก็จะทรงนำมาซึ่งกลุ่มชนที่พระองค์ทรงรักพวกเขา
และพวกเราก็รักพระองค์
พวกเขาเป็นผู้นอบน้อมถ่อมตนต่อบรรดาผู้ศรัทธา
และให้เกียรติผู้ปฏิเสธศรัทธา
พวกเขาจะต่อสู้ในหนทางของอัลเลาะฮฺ
และไม่กลัวที่จะกล่าวประณามผู้ซึ่งกระทำความผิด
นั่นคือความโปรดปรานของอัลเลาะฮฺ
ซึ่งจะทรงประทานแก่ผู้ที่พระองค์ทรงประสงค์ และอัลเลาะฮฺเป็นผู้ทรงกว้างขวาง
และเป็นผู้ทรงรอบรู้เหนือทุกสิ่ง
ฉันได้กล่าวสิ่งนี้และสิ่งที่ฉันจะขอจากอัลเลาะฮฺ
คือ
ขอพระองค์ทรงอภัยโทษแก่ฉันและท่านและบรรดามุสลิมทั้งหลายจากความผิดทุกๆสิ่งทั้งปวง
และขอสำนึกในความผิดหันกลับสู่อัลเลาะฮฺ แน่นอนพระองค์ คือผู้ทรงเมตตาปราณีเสมอ
ที่มา muslimahtoday

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น