หลวงวิจิตรวาทการ เขียนเรื่อง พระมะหะหมัด ไว้ในหนังสือศาสนาสากล (สร้างสรรค์บุ๊คส์) ว่า พ.ศ.1453 พระมะหะหมัด อายุ 40 ปี เริ่มประกาศศาสนา สอนให้นับถือพระเจ้าองค์เดียว
เมืองเมกกะเวลานั้น ผู้คนนับถือพระเจ้า 360 องค์ พระมะหะหมัด เลือกวิธีเผยแผ่คนที่ไว้ใจ 3 ปี มีสาวก 13 คน แต่คนเหล่านี้มีอิทธิพล จูงใจให้ได้สาวกเพิ่มขึ้น มีชื่อเรียกรวมว่า อิสลาม
สาวกจะทักทายกัน...ขอให้ศานติจงมีแก่ท่าน...แสดงความมุ่งมั่น เป็นศาสนาแห่งศานติ
คำสอนเพื่อศานติแพร่หลาย พระมะหะหมัดถูกพวกนิยมลัทธิบูชากาบา (เทพเจ้า 360 องค์ ข่มเหง เริ่มด้วยการเรียกพระมะหะหมัดและสาวกว่า “มุสลิม” คำนี้ภาษาอาหรับ แปลว่า ผู้ทรยศ)
แทนการปฏิเสธ พระมะหะหมัดรับคำนี้ไว้ใช้ ต่อมาไม่นาน คำ มุสลิม ก็กลายเป็นคำดี
การต่อต้านอิสลามรุนแรงขึ้น ถูกเรียกผู้ทรยศแล้วยังถูกพวกบูชา 360 เทพเจ้า ขว้างปาทำร้าย ทางการแก้ปัญหา กำหนดเขตให้อิสลาม อยู่ส่วนหนึ่ง...ห้ามติดต่อกับใคร
ห่างเมืองเมกกะออกไป มีตำบลหนึ่งชื่อ ยาตะเรบ มีคนยิวกับคนอาหรับอยู่ด้วยกัน สองชนชาตินี้มีการแก่งแย่งแข่งขัน แย่งทำมาหากิน
แย่งที่อยู่ และเป็นศัตรูกัน จนถึงลัทธิศาสนา
เมืองเมกกะเวลานั้น ผู้คนนับถือพระเจ้า 360 องค์ พระมะหะหมัด เลือกวิธีเผยแผ่คนที่ไว้ใจ 3 ปี มีสาวก 13 คน แต่คนเหล่านี้มีอิทธิพล จูงใจให้ได้สาวกเพิ่มขึ้น มีชื่อเรียกรวมว่า อิสลาม
สาวกจะทักทายกัน...ขอให้ศานติจงมีแก่ท่าน...แสดงความมุ่งมั่น เป็นศาสนาแห่งศานติ
คำสอนเพื่อศานติแพร่หลาย พระมะหะหมัดถูกพวกนิยมลัทธิบูชากาบา (เทพเจ้า 360 องค์ ข่มเหง เริ่มด้วยการเรียกพระมะหะหมัดและสาวกว่า “มุสลิม” คำนี้ภาษาอาหรับ แปลว่า ผู้ทรยศ)
แทนการปฏิเสธ พระมะหะหมัดรับคำนี้ไว้ใช้ ต่อมาไม่นาน คำ มุสลิม ก็กลายเป็นคำดี
การต่อต้านอิสลามรุนแรงขึ้น ถูกเรียกผู้ทรยศแล้วยังถูกพวกบูชา 360 เทพเจ้า ขว้างปาทำร้าย ทางการแก้ปัญหา กำหนดเขตให้อิสลาม อยู่ส่วนหนึ่ง...ห้ามติดต่อกับใคร
ห่างเมืองเมกกะออกไป มีตำบลหนึ่งชื่อ ยาตะเรบ มีคนยิวกับคนอาหรับอยู่ด้วยกัน สองชนชาตินี้มีการแก่งแย่งแข่งขัน แย่งทำมาหากิน
แย่งที่อยู่ และเป็นศัตรูกัน จนถึงลัทธิศาสนา
ยิวยาตะเรบ ไม่ถือคริสต์ศาสนา ไม่ยอมรับพระเยซู พวกอาหรับนับถือกาบา เทพเจ้า 360 องค์
อาหรับเดือดร้อนจากยิว เริ่มคิดว่าควรเอาพระมะหะหมัดเป็นพวก
1 ปีต่อมา พวกอาหรับนัดพระมะหะหมัดออกจากเมกกะ เอาตัวรอดจากศัตรูที่ไล่ฆ่า ไปถึงยาตะเรบ ผู้คนล้นหลามต้อนรับ คนมั่งคั่งแย่งกันขอให้ไปพำนักที่บ้านหลังใหญ่
พระมะหะหมัดปล่อยบังเหียนอูฐให้พาเดินไป หยุดที่ลานต้นอินท–ผลัม ชาวยาตะเรบช่วยกันสร้างโบสถ์ให้ ถือว่าศาสนาอิสลามลงหลัก ปักฐานที่นั่น เป็นทางการเมื่อปี พ.ศ.1165
หลักใหญ่ของอิสลาม คือความเสมอภาค เศรษฐีหรือทาส ถ้านับถือพระอัลเลาะห์ เสมอกันในสายพระเนตรของพระเจ้า
อิสลามไม่มีพระ ถือว่าทุกคนเป็นพระ คุกเข่าสวดมนต์ รับแสงสว่างจากพระเจ้า เข้าในดวงจิต ก็จะล้างบาปได้
ความกรุณาเป็นคุณธรรมสำคัญ การให้ทานไม่ถือเป็นศรัทธาแต่ถือเป็นหน้าที่ ผู้มีที่ดินมากต้องแบ่งให้คนไม่มีที่ดิน
บุญกุศล คือการกระทำที่ช่วยให้ดวงหน้าผู้อื่นมีรอยยิ้ม ไม่ใช่ตัวผู้ทำยิ้มไปคนเดียว ทางแห่งบุญกุศล จึงมีทางเดียว คือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำความผาสุกให้แก่คนอื่น
คำสอนเหล่านี้ มีคนนับถือมากขึ้นๆ ตำบลยาตะเรบขยายเป็นเมืองใหญ่ เรียกชื่อว่า เมดินา
แต่หลักการเรื่องศานติ และความเมตตากรุณา พระมะหะหมัดในฐานะประมุขศาสนา และกษัตริย์ปกครองเมือง...ก็รักษาไว้ไม่ได้ เมื่อศัตรูจากเมกกะบุกมารุกราน
พระเยซูสอนว่า ถ้าถูกตบแก้มหนึ่ง ต้องเอียงแก้มอีกข้างให้เขาตบ พระมะหะหมัดเห็นว่าลงท้ายก็ตายเปล่า...จึงนำทัพสู้ ชนะบ้างแพ้บ้าง ครั้งหนึ่งแพ้ราบคาบชนิดต้องแกล้งตาย
สงครามทำให้เกิดคำสอนใหม่ ดาบคือลูกกุญแจไขสู่ประตูสวรรค์ เลือดหยดหนึ่งที่หลั่งมาเพื่อพระเจ้า มีอานิสงส์แรงกว่าการจำศีลอด 2 เดือน ผู้ใดตายในสมรภูมิเพื่อพระเจ้า จะได้รับอภัยโทษในบาปกรรมต่างๆทั้งสิ้น
เพราะคำสอนนี้ ต่อมาพระมะหะหมัดจึงพิชิตสถานกาบา ลงหลักปักฐานที่เมกกะ และเพราะชุดคำสอนใหม่ การทำญิฮาด ทำสงครามเพื่อพระผู้เป็นเจ้า อิสลามทำสงครามรุกไปค่อนโลก
โลกสมัยใหม่ ฝรั่งไม่เข้าใจอิสลาม...มองแผ่นดินอิสลามเป็นขนมหวาน...เข้าไปฉีกแบ่งกลืนกิน...กลายเป็นสงครามรอบใหม่ สงครามก่อการร้าย ที่ทำให้โลกทั้งโลกเดือดร้อน
สำหรับรัฐไทย ความไม่เข้าใจอิสลาม...สามสี่จังหวัดใต้ เจอสงครามเพื่อพระผู้เป็นเจ้า จนแทบเอาตัวไม่รอด
แต่ก็ยังไม่สายเกินไป ถ้าเข้าถึงคำสอนพระมะหะหมัด...ทางแห่งบุญกุศล คือเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำความผาสุกให้คนอื่น ทำให้คนอื่นยิ้มได้...โอกาสในการเจรจา หาทางอยู่ร่วมกันอย่างสงบสันติ คงไม่ยากเกินไปนัก.

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น